TBN End-to-End Lending คือแกนกลยุทธ์ใหม่ของบริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการปรับเกมธุรกิจครั้งสำคัญ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและการเข้ามาของ AI โดยบริษัทมุ่งสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Transformation ผ่านการพัฒนาโซลูชันซอฟต์แวร์แบบครบวงจรที่ผสานเทคโนโลยี Low-Code และ AI เพื่อช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
TBN รองรับลูกค้ากลุ่มไหนบ้าง
ปัจจุบัน TBN ให้บริการลูกค้ากลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะภาคธนาคาร สถาบันการเงิน และธุรกิจประกันภัย นอกจากนี้ยังครอบคลุมกลุ่ม Healthcare และพลังงาน ผ่านการพัฒนาโซลูชันเฉพาะองค์กรด้วยแพลตฟอร์ม Low-Code ร่วมกับเทคโนโลยี AI สำหรับบริษัทข้ามชาติและบริษัทจดทะเบียนใน SET100
ระบบสินเชื่อครบวงจรของ TBN ครอบคลุมอะไรบ้าง
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการสินเชื่อครบวงจร โดยเริ่มตั้งแต่การรับคำขอสินเชื่อ การจัดการเอกสาร การติดตามทวงถามหนี้ ไปจนถึงการบริหารหนี้เสีย (NPL) และกระบวนการขายทอดตลาด ทั้งนี้ จุดแข็งของ TBN คือการเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนของกระบวนการสินเชื่อไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ขณะเดียวกัน ลูกค้าสามารถเลือกใช้งานเฉพาะโมดูลหรือทั้งระบบได้ตามความต้องการ
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและระดับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น บริษัทมองว่าโซลูชันด้าน Debt Collection จะเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากช่วยเพิ่มอัตราการเรียกเก็บหนี้คืนให้กับสถาบันการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น ธนาคารจึงสามารถเปลี่ยนหนี้ค้างชำระกลับมาเป็นรายได้ และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างชัดเจน แม้ในช่วงที่งบลงทุนด้านไอทีของหลายองค์กรมีแนวโน้มถูกจำกัดก็ตาม
กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าและ Backlog ของ TBN
ด้วยกลยุทธ์ในปัจจุบัน บริษัทมุ่งนำเสนอระบบที่เพิ่มรายได้หรือลดต้นทุนให้ลูกค้าได้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ายังคงตัดสินใจลงทุน แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ในส่วนของฐานลูกค้าปัจจุบัน กว่า 90% เป็นภาคเอกชน โดยมากกว่าครึ่งอยู่ในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังหน่วยงานภาครัฐเพิ่มเติม เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
สำหรับงานในมือ (Backlog) ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 284 ล้านบาท โดยแต่ละโครงการมีมูลค่าตั้งแต่หลักสิบล้านบาทไปจนถึงหลักร้อยล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาว 3-5 ปี ซึ่งช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มมูลค่างานในมือให้สูงขึ้นภายในปีนี้
ทำไม TBN ต้องปรับ Business Model ครั้งใหญ่
แม้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก 2569 ยังต่ำกว่าเป้าหมาย จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่บริษัทได้เร่งปรับ Business Model จากการรับพัฒนาระบบเฉพาะลูกค้า (Custom Solution) ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเอง (Business Solution) โดยนำองค์ความรู้และประสบการณ์กว่า 20 ปีมาต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ในวงกว้าง
พร้อมกันนี้ TBN ยังนำ AI มาใช้ภายในองค์กรเช่นกัน ทั้งในการพัฒนาซอฟต์แวร์ การจัดการองค์ความรู้ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของทีมพัฒนาและทีมขาย เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลเชิงบวกจากการปรับโมเดลธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 และเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปี 2570
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมลงทุน (Joint Venture) และการควบรวมกิจการ (M&A) หลายโครงการ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงทุน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจทำให้ผลประกอบการของบริษัทเป้าหมายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ทั้งนี้ ผู้บริหารมองว่าเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม เพราะอุตสาหกรรมไอทีในช่วงที่ผ่านมาเผชิญแรงกดดันค่อนข้างมาก
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างผลักดันแพลตฟอร์มสินเชื่อ "End-to-End Lending" ซึ่งพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของบริษัท โดยคาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้และเห็นผลเชิงบวกต่อผลประกอบการตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับกระบวนการสินเชื่อให้ครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว TBN เปิดให้ทดลองใช้ระบบบริหารจัดการสินเชื่อ พร้อมโซลูชันLow-Code สำหรับธนาคารและสถาบันการเงินไทย
นอกจากภาคการเงินแล้ว TBN ยังมองเห็นโอกาสในกลุ่มธุรกิจประกันภัยและ Healthcare ที่กำลังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการดำเนินงานเช่นกัน โดยเฉพาะกระบวนการตรวจสอบเอกสารและการอนุมัติสิทธิประโยชน์ที่ยังพึ่งพาแรงงานคนจำนวนมาก ทั้งนี้ บริษัทเชื่อว่าโมเดล Low-Code ที่ผสาน AI สามารถนำไปปรับใช้ข้ามอุตสาหกรรมได้ ไม่จำกัดเฉพาะภาคการเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดใหม่ให้กับบริษัทในระยะถัดไป
คำถามที่พบบ่อย
Q: End-to-End Lending Solution ของ TBN ครอบคลุมอะไรบ้าง?
A: ครอบคลุมตั้งแต่การรับคำขอสินเชื่อ การเช่าซื้อ การจัดการเอกสาร การจัดการสินเชื่อ การติดตามทวงถามหนี้ การบริหารหนี้เสีย (NPL) ไปจนถึงกระบวนการขายทอดตลาด
Q: ทำไม TBN ต้องปรับ Business Model จาก Custom Solution เป็น Business Solution?
A: เพราะผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2569 ต่ำกว่าเป้า จากภาวะเศรษฐกิจและการเข้ามาของ AI จึงต้องนำองค์ความรู้ 20 ปีมาต่อยอดเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานได้ในวงกว้างแทน
Q: TBN มีแผนขยายฐานลูกค้าไปกลุ่มไหนเพิ่ม?
A: บริษัทมีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังหน่วยงานภาครัฐเพิ่มเติมในปีนี้ เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์นายธิปัตย์ สุนทรารชุน
ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการลงทุน บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
โดยทีมข่าวหุ้นวิชั่น