บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “บริษัท” หรือ “TBNตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทในฐานะ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Controller) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (รวมถึงที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง) จึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) ฉบับนี้ขึ้น เพื่ออธิบายและแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในการเข้าถึงและใช้บริการต่างๆ ของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การใช้งานเว็บไซต์ https://www.tbn.co.th ตลอดจนแอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า ”บริการ”)
ประกาศฉบับนี้ ครอบคลุมถึงการแจ้งให้ท่านทราบและเข้าใจถึงสิทธิของท่านในฐานะ ”เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Subject) และช่องทางในการใช้สิทธิดังกล่าว โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ มีผลบังคับใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องหรือใช้บริการของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย โดยแบ่งประเภทข้อมูลและแหล่งที่มา ดังนี้
2.1 ข้อมูลที่ท่านให้แก่บริษัทโดยตรง
2.2 ข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ
2.3 ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่น
ข้อสงวนสิทธิ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน (Sensitive Data):
บริษัทไม่มีเจตนาในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่าน (Sensitive Data)) เช่น เชื้อชาติ ศาสนา ข้อมูลสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ท่านได้เปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวแก่บริษัทโดยมิได้มีการร้องขอ เช่น การระบุข้อมูลดังกล่าวในแบบฟอร์ม เอกสารประกอบ หรือการติดต่อสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ บริษัทอาจติดต่อท่านเพื่อขอความยินยอมเพิ่มเติม หรืออาจดำเนินการลบหรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ หากไม่มีความจำเป็นในการประมวลผล นอกเหนือจากการขอความยินยอม บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ ตราบเท่าที่มีความจำเป็น โดยคำนึงถึงความจำเป็นและวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้เก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลดังกล่าว รวมถึงเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แม้ว่าท่านจะยุติความสัมพันธ์กับบริษัทแล้ว บริษัทอาจยังคงเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป เท่าที่จำเป็นและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
สำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญา และ/หรือเอกสารประกอบ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ เท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี นับแต่วันที่ความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับบริษัทสิ้นสุดลง หรือวันที่มีการติดต่อครั้งสุดท้าย ทั้งนี้ ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ นานกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ข้างต้น
เพื่อให้เป็นไปตามระยะเวลาและอายุความตามที่กฎหมายกำหนด ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกเก็บรักษาไว้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับประเภทของข้อมูล อย่างไรก็ตาม บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ นานกว่าระยะเวลาอายุความตามกฎหมาย ในบางกรณี เช่น การยื่นขอรับผลประโยชน์เมื่อครบกำหนดต่อกองทุนประกันชีวิต หรือกรณีที่อยู่ระหว่างกระบวนการดำเนินคดีทางกฎหมาย เป็นต้น
บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ตามระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ข้างต้น โดยใช้วิธีการที่เหมาะสม
บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในข้อ 4 ให้กับบุคคลภายนอก ดังต่อไปนี้ :
ในกรณีที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลของท่านให้บุคคลภายนอกบริษัทจะกำหนดให้บุคคลดังกล่าวคุ้มครองข้อมูลตามมาตรฐานที่
เทียบเคียงได้กับประกาศนี้
บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังเซิร์ฟเวอร์หรือผู้ให้บริการในต่างประเทศ โดยบริษัทจะดำเนินการตรวจสอบให้แน่ใจว่าการโอนข้อมูลเป็นไปตาม PDPA มาตรา 28-29 โดยใช้กลไกใดกลไกหนึ่งดังต่อไปนี้:
โอนข้อมูลไปยังประเทศที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอตามที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนด
ในกรณีที่มีการโอนข้อมูลไปยังประเทศปลายทางที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอ บริษัทจะจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หรืออาศัยข้อยกเว้นตามที่กฎหมายอนุญาต เช่น การได้รับความยินยอมจากท่าน หรือเมื่อมีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
มีข้อตกลงหรือสัญญาที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม รวมถึงสัญญามาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงสิทธิในการเข้าถึง ขอแก้ไข ลบ ระงับการใช้ คัดค้าน หรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการถอนความยินยอม และสิทธิในการร้องเรียนหากท่านพบว่าบริษัทมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
วิธีการใช้สิทธิและการดำเนินการ: ท่านสามารถส่งคำร้องขอใช้สิทธิเป็นลายลักษณ์อักษร (ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ) ผ่านช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 12 โดยบริษัทอาจขอให้ท่านยืนยันตัวตนเพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนดำเนินการ ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาและแจ้งผลการดำเนินการให้ท่านทราบภายใน 30 วันปฏิทิน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องพร้อมรายละเอียดที่ครบถ้วนสมบูรณ์
ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือบริษัทไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าวได้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงสาเหตุของความล่าช้าพร้อมระบุกำหนดเวลาใหม่ ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำร้องขอของท่านในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทจะแจ้งเหตุผลแห่งการปฏิเสธให้ท่านทราบอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม หากท่านไม่พึงพอใจในผลการดำเนินการของบริษัท ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ได้ที่เว็บไซต์ www.pdpc.or.th
บริษัทได้กำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งทางเทคนิคและทางองค์กรที่เหมาะสม ได้แก่:
ในกรณีเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะดำเนินการแจ้งเหตุให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ทราบภายใน 72 ชั่วโมง และหากมีความเสี่ยงสูงต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบโดยไม่ชักช้า
สำหรับผู้ใช้งานที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) บริษัทจะดำเนินการให้สอดคล้องกับกับระเบียบ GDPR และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยท่านอาจมีสิทธิเพิ่มเติม ดังนี้:
บริษัทอาจพิจารณาทบทวนและแก้ไขประกาศฉบันนี้เป็นครั้งคราว โดยจะเผยแพร่ประกาศฉบับปรับปรุงบนเว็บไซต์พร้อมระบุวันที่มีผลบังคับใช้ หากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่กระทบต่อสิทธิของท่านอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม เช่น แจ้งเตือนผ่านอีเมลหรือช่องทางการสื่อสารอื่น รวมถึงดำเนินการขอความยินยอมใหม่จากท่าน (หากจำเป็น) การใช้บริการต่อไปภายหลังจากประกาศฉบับปรับปรุงมีผลบังคับใช้ ถือว่าท่านรับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ถือว่าการเข้าใช้เว็บไซต์เพียงอย่างเดียวเป็นการให้ความยินยอมต่อการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการความยินยอมโดยชัดแจ้ง
บริษัทจะไม่รับผิดต่อการที่ท่านเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยสมัครใจให้แก่ผู้ใช้รายอื่นทราบ ซึ่งเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์แล้วแต่กรณี
ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อยู่ภายใต้การบังคับและตีความตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ข้อพิพาทใดๆ ที่เกิดขึ้นจากประกาศฉบับนี้ หรือที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ให้อยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีในราชอาณาจักรไทย
หากท่านมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือกังวลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หรือต้องการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อเราได้ที่:
ที่อยู่: บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
54 อาคาร บี.บี.บิลดิ้ง ชั้น 15 ห้องเลขที่ 1501-1502 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์: 02-258-5841
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ยอมรับทั้งหมดStrictly Necessary
Analytics & Performance
รายละเอียดคุกกี้
Marketing_&_Advertising
รายละเอียดคุกกี้