31 กรกฎาคม 26

TBN ใช้ AI พลิกเกม Debt Collection จาก Back Office สู่ Profit Center

TBN ใช้ AI เปลี่ยนระบบ Debt Collection จาก Back Office สู่ Profit Center ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาทใน 3-5 ปี
TBN AI Debt Collection-mobile with bill and credit card

TBN AI Debt Collection พลิกเกมหนี้สู่ Profit Center การเงิน

TBN AI Debt Collection คือกลยุทธ์ใหม่ของบริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการพลิกบทบาทระบบบริหารหนี้ครั้งใหญ่ บริษัทใช้ Data และ AI ยกระดับ Debt Collection จาก Back Office ให้กลายเป็น Profit Center ของสถาบันการเงิน เพราะ "หนี้" ไม่ใช่แค่ภาระอีกต่อไป แต่มีโอกาสสร้างรายได้ผ่านการเพิ่ม Recovery Rate หรืออัตราการจ่ายคืนหนี้ให้สูงขึ้น

ปัญหาอุตสาหกรรมการเงินไทยที่ TBN มองเห็น

นาย ปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TBN เปิดเผยว่า "เศรษฐกิจไทยยังติดอยู่ในกับดักรายได้ ในขณะเดียวกัน หนี้ครัวเรือนยังขยายตัวไม่หยุด ดังนั้น โจทย์ของอุตสาหกรรมการเงินจึงไม่ใช่แค่ปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น หากแต่คือการจัดการสินเชื่อและติดตามหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมายสำคัญคือการทำให้ Recovery Rate สูงสุด พร้อมลด NPL ในระบบการเงินไทยไปพร้อมกัน"

AI Debt Collection ยกระดับการทวงหนี้ได้อย่างไร

ระบบ Debt Collection กำลังถูกยกระดับด้วยเทคโนโลยี AI หลายชั้น โดยเฉพาะการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นอกจากนี้ AI Interactive Voice Bot ยังช่วยติดต่อลูกค้าโดยตรง พร้อมแนะนำวิธีทวงหนี้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญกว่านั้น AI Early Detection Prediction ช่วยให้สถาบันการเงินบริหารความเสี่ยงและวางกลยุทธ์ธุรกิจได้แม่นยำกว่าเดิม

ในส่วนของการพัฒนาระบบ บริษัทเดินหน้าสร้าง Debt Collection ร่วมกับพันธมิตร ภายใต้โครงสร้าง End-to-End Lending Solution โดยระบบนี้เชื่อมโยงตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการปล่อยสินเชื่อ ไปจนถึงการพิจารณาความเสี่ยง การติดตามคุณภาพสินเชื่อ และระบบบริหารหนี้บนแพลตฟอร์มเดียว ด้วยเหตุนี้ ลูกค้าองค์กรจึงได้รับความต่อเนื่องในการใช้งานที่มากขึ้น

ทิศทางใหม่ของ TBN ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล

อย่างไรก็ตาม TBN ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาระบบไอทีอีกต่อไป ในทางกลับกัน บริษัทกำลังวางตำแหน่งใหม่ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของอุตสาหกรรมการเงิน ทั้งนี้ การเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นกลไกขับเคลื่อนการตัดสินใจของสถาบันการเงิน คือหัวใจของแนวคิดนี้ ท้ายที่สุด ระบบบริหารหนี้จึงยกระดับจากเครื่องมือปฏิบัติการ ไปสู่ศูนย์กลางความรู้ที่กำหนดทิศทางการแข่งขันของทั้งอุตสาหกรรม

ตัวเลขตลาดโลกยืนยันแนวโน้ม AI Debt Collection

ทิศทางนี้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมการเงินโลกเช่นกัน ตลาดซอฟต์แวร์ด้าน Credit Risk, Debt Management และ Collection เติบโตเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี ยิ่งไปกว่านั้น ธนาคารชั้นนำในสหรัฐฯ และยุโรปใช้งบลงทุนด้าน AI คิดเป็น 15-25% ของงบ IT ทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้คือการลด NPL ได้มากกว่า 10-20% พร้อมเพิ่ม Recovery Rate ได้มากกว่า 15% โดยรวมแล้ว ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ แต่กำลังกลายเป็น Competitive Advantage ของอุตสาหกรรมการเงิน

เป้าหมายรายได้และแผนขยายตลาด

ปัจจุบัน TBN ให้บริการระบบ Debt Collection แก่สถาบันการเงินชั้นนำและบริษัทบริหารหนี้หลายแห่ง ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการ bidding กับสถาบันการเงินและกลุ่มธุรกิจ Non-Bank ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งมีอัตราการเติบโตสูงกว่าธนาคารดั้งเดิมหลายเท่า

ด้วยแผนงานนี้ บริษัทตั้งเป้ามูลค่าการให้บริการระบบ Debt Collection ไว้ที่ประมาณ 200 ล้านบาทในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ยังคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 60 ล้านบาท

"บริษัทไม่ได้มองระบบบริหารหนี้เป็นแค่เครื่องมือทวงหนี้ แต่เป็นโครงสร้างข้อมูลที่สะท้อนความจริงของระบบการเงิน หากสถาบันการเงินเข้าใจข้อมูลตรงนี้ได้อย่างถูกต้อง ระบบ Debt Collection จะไม่ใช่ปลายทางของสินเชื่ออีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่กำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต"—นาย ปนายุ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้ที่สนใจโซลูชัน End-to-End Lending ของ TBN สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้าระบบบริหารจัดการสินเชื่อ หรือศึกษาแนวทางLow-Code Banking สำหรับธนาคารไทย เพิ่มเติมได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย

Q: AI Debt Collection ของ TBN ต่างจากระบบทวงหนี้ทั่วไปอย่างไร?

A: ระบบใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูล ติดต่อลูกค้าด้วย AI Interactive Voice Bot และคาดการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้าด้วย AI Early Detection Prediction แทนการทวงหนี้แบบเดิมที่ใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่ไม่เต็มศักยภาพ

Q: End-to-End Lending Solution ของ TBN ครอบคลุมอะไรบ้าง?

A: ครอบคลุมตั้งแต่การปล่อยสินเชื่อ การพิจารณาความเสี่ยง การติดตามคุณภาพสินเชื่อ ระบบบริหารหนี้ ไปจนถึงการบริหารจัดการหนี้เสีย ทั้งหมดนี้สามารถหาได้ที่ TBN ครบในที่เดียว

Q: AI ช่วยลด NPL ในอุตสาหกรรมการเงินได้มากแค่ไหน?

A: ข้อมูลจากธนาคารชั้นนำในสหรัฐฯ และยุโรปพบว่า AI ช่วยลด NPL ได้มากกว่า 10-20% พร้อมเพิ่ม Recovery Rate ได้มากกว่า 15%

ที่มา: เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์นายปนายุ ศิริกระจ่างศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TBN โดย Brand Inside

RECENT POSTS

DevOps คืออะไร — WHAT IS DEVOPS banner โดย TBN Corporation
24 มิ.ย. 26
บทความ

DevOps คืออะไร และวิธีเริ่มต้นด้วย Mendix Low-Code | TBN

DevOps คืออะไร และมือใหม่ควรเริ่มจากไหน บทความนี้อธิบายแนวคิด DevOps ตั้งแต่ต้น พร้อมดูว่า Mendix Low-Code ช่วยลดความซับซ้อนของ DevOps ให้ทีม IT ในองค์กรไทยได้อย่างไร
แพลตฟอร์ม Mendix Enterprise — Agentic Enterprise Platform โดย TBN Corporation ผู้เชี่ยวชาญ Mendix ในประเทศไทย
22 มิ.ย. 26
บทความ

Agentic Enterprise Platform: Mendix คือคำตอบสำหรับองค์กรไทย | TBN

Agentic Enterprise Platform คือรากฐานที่ทำให้AI ทำงานแทนคนได้จริงในองค์กร ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม บทความนี้อธิบายว่า Mendix สร้าง Agentic Enterprise ด้วย 5 ความสามารถหลักอย่างไร และ TBN Corporation ช่วยองค์กรไทยนำไปใช้งานจริงได้อย่างไร
Low-Code Banking ไทย — ระบบธนาคารดิจิทัลด้วย Mendix
18 มิ.ย. 26
บทความ

Low-Code Banking ไทย 2026: จุดเปลี่ยนสำคัญธนาคารไทย | TBN

ปี 2026 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของธนาคารไทย เมื่อ Virtual Bank เริ่มเปิดให้บริการ และธนาคารดั้งเดิมต้องเร่งปรับตัวด้วย Low-Code Banking ไทย บทความนี้พาดูว่า Mendix และ end-to-end lending solution ช่วยธนาคารไทย แข่งขันได้อย่างไร
Top
เมนูหลัก
นักลงทุนสัมพันธ์
เรียนรู้ทักษะ
ร่วมงาน
ติดต่อเรา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว บันทึกการตั้งค่า