TBN โชว์ศักยภาพการรวมพลังของ AI และ Low-Code ในงานสัมมนาใหญ่ ชี้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้ภาคการผลิตยุคใหม่
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2567 บริษัท ทีบีเอ็น คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) นำโดย คุณปนายุ ศิริกระจ่างศรี CEO ได้จัดงานสัมมนาเพื่อชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI-Driven Low-Code คือคำตอบสำคัญในการปฏิรูปภาคอุตสาหกรรมการผลิตไทย
ไฮไลต์สำคัญภายในงาน:
- การจัดแสดงโซลูชันต้นแบบ (Showcase): ภายในงานมีการสาธิตการใช้งานจริงของระบบอัตโนมัติที่พัฒนาด้วย Low-code ผสาน AI เพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงงานสามารถสร้างระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และระบบควบคุมการทำงานที่ซับซ้อนได้ในระยะเวลาอันสั้น
- การเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมอง (Expert Discussion): เวทีร่วมพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตของภาคการผลิตไทย การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) รวมถึงการเตรียมความพร้อมของบุคลากรเพื่อก้าวสู่ยุค Smart Factory อย่างมั่นคง
ทำไมต้อง AI-Driven Low-Code?
เทคโนโลยีนี้ช่วยทลายข้อจำกัดด้านการขาดแคลนนักพัฒนาโปรแกรม โดยเปิดโอกาสให้ทีมงานในระดับปฏิบัติการสามารถสร้างสรรค์เครื่องมือดิจิทัลได้เอง ช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ทันท่วงที และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่แม่นยำ
- สร้างระบบอัตโนมัติได้รวดเร็ว: พัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลและ Automation ได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมที่ซับซ้อน
- ลดความยุ่งยากในการพัฒนา: ช่วยให้บุคลากรในสายการผลิตสามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบโซลูชันดิจิทัลได้โดยตรง
- วิเคราะห์ข้อมูลแม่นยำ: ใช้ AI ในการประมวลผลข้อมูลมหาศาลจากเครื่องจักรเพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจที่เหนือกว่า
AI-Driven Low-Code จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมไทยก้าวทันโลกดิจิทัล ช่วยให้การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตมีความคล่องตัวสูง ลดต้นทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล
การขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืน
งานสัมมนาในครั้งนี้ตอกย้ำว่า "ความยั่งยืนทางธุรกิจ" มีรากฐานสำคัญมาจาก "ประสิทธิภาพ" เทคโนโลยี AI-Powered Low-Code ช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถตรวจสอบการใช้พลังงาน (Energy Consumption), คาดการณ์การบำรุงรักษาเครื่องจักร (Predictive Maintenance) และเพิ่มความคล่องตัวให้กับสายการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านแอปพลิเคชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการ (Custom-built Applications) ซึ่งสามารถพัฒนาและนำมาใช้งานจริงได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าการเขียนโค้ดรูปแบบเดิมอย่างมหาศาล


